﻿Adventure in the 9 Kingdoms
ตอนที่ 1 — วงแหวนที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น
เสียงกริ่งสุดท้ายของวันดังขึ้นตอนสี่โมงเย็นพอดี
นักเรียนในห้องทยอยเก็บหนังสือ ปิดแล็ปท็อป และคุยกันเรื่องร้านอาหาร เกม การบ้าน และแผนสำหรับคืนวันศุกร์เหมือนทุกวัน
“Takechi นายส่งไฟล์สุดท้ายหรือยัง?”
June ถามโดยไม่เงยหน้าจากแท็บเล็ต
ชายหนุ่มญี่ปุ่นที่นั่งอยู่โต๊ะข้างหน้าหันกลับมา
“ส่งแล้ว”
“แน่ใจ?”
Takechi หยุดไปครู่หนึ่ง
“…น่าจะ”
June เงยหน้าทันที
“คำว่า ‘น่าจะ’ กับงานที่ต้องส่งคืนนี้มันอยู่ในประโยคเดียวกันไม่ได้”
เสียงหัวเราะดังมาจากโต๊ะด้านหลัง
Andre กำลังเอนตัวพิงเก้าอี้ มือหนึ่งถือโทรศัพท์ อีกมือหมุนปากกาเล่น
“เธอถามผิดเอง June ถ้าจะถาม Takechi ต้องถามว่า ‘เห็นคำว่า Upload complete หรือยัง’”
Takechi มองเขานิ่ง ๆ
“นายเองก็ยังไม่ได้ทำสไลด์หน้าสุดท้าย”
Andre วางปากกาลง
“ผมกำลังสร้างมันในหัว”
“นั่นเรียกว่ายังไม่ได้ทำ”
“ศิลปะต้องใช้เวลา”
June มองทั้งสองคนสลับกัน ก่อนถอนหายใจยาว
“ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมครูถึงจับฉันทำโปรเจกต์กับพวกนาย”
Andre ยิ้ม
“เพราะจักรวาลอยากให้เธอฝึกปล่อยวาง”
“ถ้าจักรวาลอยากให้ฉันปล่อยวางจริง ควรให้ฉันได้เพื่อนร่วมกลุ่มใหม่”
Takechi หัวเราะเบา ๆ
ทั้งสามเรียนอยู่ชั้นปีสุดท้ายของโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในประเทศไทย
Takechi ย้ายมาจากญี่ปุ่นหลายปีก่อน
Andre เติบโตมาในครอบครัวชาวฝรั่งเศสที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ
ส่วน June เป็นคนไทย และมักถูกใช้เป็นคนกลางทุกครั้งที่สองคนนี้เถียงกันเรื่องอะไรที่ไม่ควรจะกลายเป็นเรื่องใหญ่
ทั้งสามพูดภาษาไทยกันจนเป็นเรื่องปกติ
หากมีคนถามว่าทำไมถึงสนิทกัน คงไม่มีใครตอบได้ชัดเจนนัก
พวกเขาไม่ได้เหมือนกัน
ตรงกันข้าม—
บางเรื่องแทบอยู่คนละขั้ว
Takechi มักใช้เวลาคิดก่อนตัดสินใจ
June ให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ตรงหน้า และมักสังเกตสิ่งเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้าม
Andre มีนิสัยตรงกันข้ามกับคำว่า “รอก่อน”
ถ้าเห็นว่าควรทำ เขามักลงมือก่อนแล้วค่อยหาคำอธิบายภายหลัง
อย่างไรก็ตาม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความต่างนั้นกลับกลายเป็นจุดที่ทำให้ทั้งสามเข้ากันได้อย่างประหลาด
“งั้นไปห้อง Media Lab ก่อน”
June ปิดแท็บเล็ต
“ทำสไลด์สุดท้ายของ Andre ให้เสร็จ แล้วค่อยกลับ”
Andre ลุกขึ้น
“คำว่า ‘ทำสไลด์ของ Andre’ ฟังเหมือนเธอจะทำให้ผมนะ”
“ฝันไปเถอะ”
ทั้งสามออกจากห้อง
ด้านนอกเริ่มเงียบลงอย่างรวดเร็ว
นักเรียนส่วนใหญ่เดินไปยังรถรับส่งหรือสนามกีฬา
อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง อาคารเรียนฝั่งนี้ก็จะปิด
ระหว่างทาง Andre หยุดเดินกะทันหัน
“เดี๋ยวก่อน”
June ที่เดินนำอยู่หันกลับมา
“อะไร?”
Andre ชี้ไปทางโถงทางเดินฝั่งตะวันตก
“เมื่อกี้ไฟตรงนั้นเปิดหรือเปล่า?”
Takechi มองตาม
บริเวณนั้นคืออาคารเก่าที่กำลังปรับปรุง
มีป้าย STAFF ONLY กั้นเอาไว้ชัดเจน
ปกติไฟควรดับทั้งหมด
แต่ในตอนนี้—
มีแสงสีขาวจาง ๆ ลอดออกมาจากประตูบานหนึ่ง
June ขมวดคิ้ว
“อาจมีช่างอยู่”
Andre มองนาฬิกา
“วันศุกร์เกือบห้าโมง?”
“มีช่างทำงานวันศุกร์เกือบห้าโมงได้”
“ฟังดูน่าเศร้านะ”
Takechi เดินเข้าไปใกล้ขึ้นเล็กน้อย
เขาจ้องแสงนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
“มันกะพริบ”
June มองตาม
จริงด้วย
แสงไม่ได้เหมือนไฟฟ้า
มันสว่างขึ้น
ดับลง
แล้วสว่างขึ้นอีกครั้ง
เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอเกินไป
Andre ยกโทรศัพท์ขึ้นถ่าย
หน้าจอของเขาดับทันที
“เอ๊ะ?”
เขากดปุ่มเปิด
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
Takechiหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา
ดับเหมือนกัน
June ลองของเธอ
หน้าจอสีดำสนิท
“แบตฉันมีหกสิบเปอร์เซ็นต์”
ความเงียบเริ่มเข้ามาแทนที่อารมณ์เล่น ๆ เมื่อครู่
จากปลายโถง
เสียงบางอย่างดังขึ้น
กึก
กึก
กึก
เหมือนโลหะชิ้นเล็กกำลังกระทบพื้น
Andre ยื่นหน้าเข้าไปมอง
“ไปดูไหม?”
June หันขวับ
“ไม่”
“เราแค่ดูจากหน้าประตู”
“ตรงนั้นเขียนว่า Staff Only”
“ก็เราไม่เข้าไป”
Takechi มอง Andre
“นายกำลังจะเข้าไป”
Andre เงียบ
June ชี้หน้าเขา
“อย่าคิด”
“ยังไม่ได้คิดอะไรเลย”
“เพราะรู้จักนายไง”
ทันใดนั้น—
ไฟทั้งชั้นดับลง
พรึ่บ!
June สะดุ้ง
ความมืดเข้าปกคลุมโถงทั้งหมด
เหลือเพียงแสงสีขาวที่ลอดออกมาจากห้องตรงหน้า
จากนั้นเสียงระบบประกาศของโรงเรียนก็ดังขึ้น
แต่แทนที่จะเป็นเสียงเจ้าหน้าที่—
กลับเป็นเสียงซ่า
ครืดดดด…
แล้วมีเสียงบางอย่างลอดออกมา
ไม่ใช่ภาษาไทย
ไม่ใช่อังกฤษ
ไม่ใช่ภาษาใดที่ทั้งสามเคยได้ยิน
แต่แปลกที่สุดคือ—
ทั้งสามกลับเข้าใจความหมายของมันพร้อมกัน
“ผู้ถูกเลือกทั้งสาม…”
June แข็งค้าง
Andre ลดมือที่ถือโทรศัพท์ลงช้า ๆ
Takechi มองลำโพงเหนือศีรษะ
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
“ประตูเปิดแล้ว”
ปัง!
ประตูปลายทางเดินเปิดออกเอง
ลมเย็นจัดพุ่งออกมาจากภายใน
กระดาษประกาศที่ติดอยู่ตามกำแพงปลิวกระจายไปทั่ว
“ถอย!”
Takechi ตะโกน
ทั้งสามถอยพร้อมกัน
แต่เส้นแสงสีทองพุ่งออกจากห้อง
มันวิ่งไปตามพื้นอย่างรวดเร็ว
ผ่านรองเท้าของพวกเขา
จากนั้น—
วงแหวนเวทมนตร์ขนาดมหึมาปรากฏขึ้นใต้เท้า
June ก้มมอง
วงกลมซ้อนกันหลายชั้น
ตรงขอบมีสัญลักษณ์เก้าจุด
แต่ละจุดเชื่อมถึงกันด้วยเส้นที่ซับซ้อน
อักษรแปลกประหลาดนับร้อยตัวเคลื่อนไปรอบวง
Takechi จ้องมัน
“เก้าจุด…”
“ออกไปก่อน!”
Andre คว้าแขน June แล้วดึง
ทั้งสามวิ่งออกจากวง
ทันทีที่ Andre ก้าวถึงขอบ—
กำแพงแสงพุ่งขึ้น
ตูม!
แรงกระแทกเหวี่ยงเขากลับมา
June รีบประคอง
“Andre!”
“ไม่เป็นไร”
เขากัดฟันลุก
“แต่ผมเริ่มไม่ชอบวงกลมนี่แล้ว”
Takechi หันมองรอบตัว
กำแพงแสงล้อมทั้งสามไว้ทุกด้าน
“ลองแยกกัน”
“อะไรนะ?”
“หาทางออกคนละฝั่ง”
ทั้งสามเคลื่อนตัวออก
ทันใดนั้นสัญลักษณ์สามจุดในวงแหวนสว่างขึ้น
จุดหนึ่งใต้ Takechi
จุดหนึ่งใต้ June
จุดหนึ่งใต้ Andre
เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
“การเชื่อมโยงเสร็จสมบูรณ์”
June มองพื้นอย่างไม่เชื่อสายตา
“เชื่อมโยงอะไร?”
ไม่มีคำตอบ
พื้นใต้เท้าสั่น
ครั้งแรกเบา ๆ
จากนั้นแรงขึ้น
Takechi เงยหน้าขึ้น
“มารวมกัน!”
ทั้งสามวิ่งเข้าหากัน
ในจังหวะเดียวกับที่พื้นตรงกลางวงแหวนแตกออกเป็นแสงสีขาว
แรงดึงมหาศาลกระชากร่างทั้งสามลงไป
“เฮ้!”
Andre คว้าข้อมือ June
June คว้า Takechi
ทั้งสามร่วงลงไปพร้อมกัน
โลกหายไป
ไม่มีโรงเรียน
ไม่มีพื้น
ไม่มีเพดาน
มีเพียงอุโมงค์แสงที่ทอดยาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
รอบตัวเต็มไปด้วยภาพแปลกประหลาด
เมืองสีขาวบนยอดเขา
นครที่เต็มไปด้วยหอคอยแก้ว
ป่าขนาดมหึมาที่มีแสงสีฟ้าไหลไปตามต้นไม้
ปราสาทสีดำท่ามกลางพายุ
เกาะที่ลอยอยู่เหนือเมฆ
เมืองซึ่งถูกล้อมด้วยกำแพงหลายชั้น
ภาพทั้งหมดปรากฏแล้วหายไปเร็วจนแทบจับรายละเอียดไม่ได้
“อย่าปล่อย!”
June ตะโกน
Andre กำแขนเธอแน่นขึ้น
“ไม่ปล่อย!”
Takechi พยายามมองรอบตัว
“มีอะไรอยู่ข้างล่าง!”
ไกลออกไปในความมืด—
มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนเข้ามา
ตอนแรกดูเหมือนควันดำ
แต่ควันนั้นเคลื่อนสวนกระแสแสงขึ้นมา
มันเริ่มรวมตัว
รูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา
แล้ว—
ดวงตาสีแดงคู่หนึ่งลืมขึ้น
June หยุดหายใจไปชั่วขณะ
“นั่นอะไร…”
เสียงคำรามต่ำดังสะเทือนไปทั่วอุโมงค์
ทันใดนั้นวงแหวนสีดำปรากฏขึ้นระหว่างพวกเขากับเงานั้น
กระแสแสงทั้งหมดบิดเบี้ยว
Takechi เห็นรอยแตกเกิดขึ้นบนวงเวทที่ห่อหุ้มทั้งสาม
“จับให้แน่น!”
แรงกระแทกแรกพุ่งเข้าใส่
ร่างของทั้งสามถูกเหวี่ยง
มือของ June เกือบหลุดจาก Takechi
“Takechi!”
“จับอยู่!”
แรงกระแทกครั้งที่สอง
รอยแตกขยาย
Andre มองลงไปด้านล่าง
“มันกำลังแตก!”
ครั้งที่สาม—
เสียงเหมือนกระจกหลายพันบานแตกพร้อมกัน
เพล้ง!
วงเวทแยกออกเป็นสามส่วน
Andre ถูกแรงบางอย่างกระชากออกไปก่อน
June ตะโกน
“Andre!”
เธอเอื้อมมือสุดแขน
ปลายนิ้วสัมผัสกัน
แต่ไม่พอ
Andre ถูกพัดออกไปในกระแสแสงอีกสาย
“June!”
Takechi ดึงเธอเข้าหาตัว
ทว่ารอยแตกอีกเส้นวิ่งผ่านระหว่างทั้งคู่
แรงกระชากรุนแรงจนมือเริ่มลื่น
“อย่าปล่อย!”
June ตะโกน
Takechi กัดฟัน
“ฉันไม่ปล่อย!”
ปลายนิ้วของทั้งคู่ยังเกี่ยวกันอยู่
หนึ่งวินาที
สองวินาที
แล้วแสงสีขาวระเบิดขึ้นระหว่างมือ
ทั้งสองถูกแยกออก
“Takechi!”
“June!”
ร่างทั้งสามถูกเหวี่ยงออกไปคนละทิศ
แต่ก่อนทุกอย่างจะมืดลง—
Takechi เห็น June ยังรู้สึกตัว
June เห็น Andre ถูกพัดออกไปอีกด้าน
Andre เห็นทั้งสองคนหายเข้าไปในเส้นแสงคนละสาย
พวกเขาอาจไม่รู้ว่าอีกคนจะไปตกที่ไหน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทั้งสามรู้แน่นอน
พวกเขาเข้ามาในโลกนี้ด้วยกัน
⸻
เสียงนกร้องดังอยู่ใกล้หู
Takechi ค่อย ๆ ลืมตา
ท้องฟ้าสีฟ้า
ก้อนเมฆ
กลิ่นดินเปียก
เขานอนอยู่กลางทุ่งหญ้า
“June…?”
ไม่มีเสียงตอบ
“Andre!”
เขาลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
ศีรษะมึนจนต้องเอามือยันพื้น
รอบตัวไม่มีโรงเรียน
ไม่มีถนน
ไม่มีตึกสูง
ห่างออกไปราวสองกิโลเมตร—
เมืองขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนแนวภูเขา
กำแพงสีขาวทอดยาวเป็นเส้นตรง
หอคอยทุกหลังมีความสูงใกล้เคียงกันอย่างประหลาด
ยอดอาคารเรียงตัวเป็นระเบียบจนแทบเหมือนถูกวัดด้วยไม้บรรทัด
ธงสีขาวทองโบกอยู่เหนือกำแพง
Takechi จ้องอยู่พักใหญ่
“นี่ไม่ใช่ไทยแน่…”
แสงสีทองปรากฏขึ้นตรงหน้า
เขาถอยทันที
อักษรโปร่งใสลอยอยู่กลางอากาศ
[ตรวจพบผู้ถูกอัญเชิญ]
Takechi มองมันนิ่ง
“อะไร?”
ตัวอักษรเปลี่ยน
ผู้กล้าหมายเลข 01
ชื่อ: TAKECHI
สถานะ: ปลอดภัย
เขาชะงัก
มันรู้ชื่อของเขา
หน้าต่างอีกบานเปิดขึ้น
STATUS
Level 1
HP — 100 / 100
MP — 50 / 50
STR — 10
VIT — 10
AGI — 10
INT — 10
WIS — 10
WILL — 10
Takechi จ้องตัวเลขอย่างไม่เข้าใจ
“เกม?”
ข้อความใหม่ปรากฏทันทีราวกับได้ยินคำพูดของเขา
นี่คือระบบพรของผู้กล้า
การเติบโตของผู้กล้าจะเกิดจาก
การผ่านเควส การปราบพลังมาร และการช่วยคลี่คลายการยึดติดที่พลังมารใช้เป็นรากยึดเกาะ
Takechi อ่านประโยคนั้นซ้ำ
“การยึดติด?”
แสงสีทองรวมตัวบริเวณดวงตาของเขา
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านศีรษะ
ได้รับ Skill เริ่มต้น
INSIGHT — Lv.1
สามารถมองเห็น
* ร่องรอยเวทระดับต่ำ
* ภาพลวงบางประเภท
* ความผิดปกติจากพลังมาร
Status Bonus
INT +3
WIS +2
ตัวเลขเปลี่ยน
INT — 13
WIS — 12
จากนั้นหน้าต่างใหม่เปิดขึ้น
ระบบรางวัลเควส
มารระดับต่ำ / เควสทั่วไป
+1 ถึง +3 Status Points
มารระดับยึดติด
+4 ถึง +6 Status Points
มีโอกาสได้รับ Passive Skill
วิกฤตระดับเมือง
+7 ถึง +10 Status Points
มีโอกาสได้รับ Skill ใหม่
บอสระดับอาณาจักร
+20 ถึง +30 Status Points
ได้รับ Unique Skill หรือ Blessing Fragment
หมายเหตุ: การทำลายร่างของมาร ไม่ได้หมายความว่าเควสถูกแก้ไขสมบูรณ์
Takechi ขมวดคิ้ว
ข้อความด้านล่างค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
หากความยึดติดที่เลี้ยงพลังมารยังคงอยู่
มารสามารถกลับมาก่อตัวได้อีกครั้ง
ก่อนเขาจะคิดต่อ—
ข้อความอีกบรรทัดปรากฏ
MAIN QUEST
ตามหาผู้กล้าอีกสองคน
Takechi จ้องหน้าต่างนั้น
ด้านล่างมีข้อความเล็ก ๆ
จำนวนผู้กล้าที่ถูกตรวจพบในโลกนี้: 3 / 3
เขานิ่งไปหลายวินาที
จากนั้นจึงถอนลมหายใจออก
“โอเค…”
อย่างน้อยก็มีเรื่องหนึ่งที่แน่นอน
June กับ Andre ยังอยู่ที่นี่
เขามองเมืองบนภูเขา
ถ้าจะเริ่มตามหาเพื่อน—
สถานที่ที่มีคนมากที่สุดก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
Takechi เริ่มเดิน
แต่ยังไปไม่ถึงยี่สิบก้าว
เสียงระฆังจากเมืองก็ดังขึ้น
กัง!
กัง!
กัง!
ประตูเมืองเริ่มเคลื่อนปิด
เสียงตะโกนดังมาจากแนวกำแพง
“ปิดประตูฝั่งตะวันออก!”
“ตรวจทุกคนก่อนเข้าเมือง!”
“หน่วยพิทักษ์พบร่องรอยมาร!”
Takechi หยุด
แล้วทันใดนั้น—
ขอบสายตาของเขาเรืองแสงสีแดง
[INSIGHT ทำงาน]
สายตาของเขาเลื่อนไปยังกลุ่มคนหน้าประตู
มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังยืนต่อแถว
ภายนอกเขาดูไม่ต่างจากคนอื่น
แต่บนหลังของชายคนนั้น—
มีบางสิ่งเกาะอยู่
สิ่งมีชีวิตสีดำรูปร่างผอมยาว
แขนของมันโอบรอบลำคอชายคนนั้น
ใบหน้าซูบซีดแนบอยู่ข้างหู
ริมฝีปากของมันกำลังขยับ
กระซิบคำบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และดูเหมือนไม่มีใครนอกจาก Takechi ที่มองเห็นมัน
หน้าต่างสีแดงปรากฏขึ้น
ตรวจพบมารระดับ E
ชื่อ: ไม่ทราบ
ความสามารถ: ไม่ทราบ
จุดอ่อน: ไม่ทราบ
Takechi กลืนน้ำลาย
ก่อนข้อความบรรทัดสุดท้ายจะปรากฏ
QUEST CONDITION
ช่วยมนุษย์ที่ถูกมารเกาะติด
ห้ามสังหารเจ้าของร่าง
ในจังหวะนั้น—
ปีศาจหยุดกระซิบ
ศีรษะของมันค่อย ๆ หมุนกลับมา
ดวงตาสีดำสนิทจ้องตรงมายัง Takechi
รอยยิ้มฉีกกว้างขึ้นจนเกือบถึงใบหู
ราวกับมันรู้แล้วว่า—
เขามองเห็นมัน
จบตอนที่ 1